fbpx

การฉีดสเต็มเซลล์ผม Recell

สำหรับใครที่กำลังมองหาการรักษาผมบางผมร่วง จากฮอร์โมนและพันธุกรรม นอกจากการปลูกผม หรือ การทานยาแบบปกติแล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ยุโรป อเมริกา และของไทยว่าปลอดภัยสามารถใช้รักษาอาการผมบางผมร่วงได้นั่นก็คือ การทำ Re-cell (Regenera Activa) หรือการฉีดสเต็มเซลล์รากผมตนเอง

การฉีดเสต็มเซลล์ผม Recell คืออะไร

การฉีดสเต็มเซลล์ผม (Recell) คือ เทคโนโลยีใหม่ที่ไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อนำเซลล์ต้นกำเนิด จากรากผมของเราเอง Autologous Micrografting Technology ® มาฉีดลงไปที่บริเวณหนังศีรษะ โดยเสต็มเซลล์นี้จะไปกระตุ้นให้รากผมแข็งแรงขึ้น ผมขึ้นไวกว่าปกติ เส้นผมดูหนามากขึ้น และช่วยลดการทำงานของฮอร์โมนเพศชายที่ทำให้ผมร่วงอีกด้วย

ในการทำหนึ่งครั้งผู้เข้ารับการรักษาจะได้รับการนำรากผมที่อยู่บริเวณท้ายทอยของหนังศีรษะออกมา และใช้เครื่องปั่นแยกเฉพาะสเต็มเซลล์ โดยเสต็มเซลล์ที่ได้จะเป็นเซลล์บริสุทธิ์โดยไม่ผ่านการใส่ยาหรือสารเคมีใดๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัย

สเต็มเซลล์คืออะไร

เซลล์ต้นกำเนิด หรือ สเต็มเซลล์คือเซลล์ชนิดพิเศษที่สามารถแบ่งตัวได้อย่างไม่จำกัด และเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์อื่นๆ ได้เกือบทุกชนิดในร่างกาย เช่น เซลล์ผิวหนัง ไขมัน กล้ามเนื้อ และเซลล์เม็ดเลือด หน้าที่สำคัญในการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ เพื่อทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพในร่างกาย

สเต็มเซลล์มี 2 ชนิด

  1. เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากตัวอ่อน เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อนสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ได้เกือบทุกชนิดในร่างกาย ยกเว้นเซลล์จากรก
  2. เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากสิ่งมีชีวิตโตเต็มวัย หรือจากเนื้อเยื่อ สามารถเปลี่ยนไปเป็นเซลล์เฉพาะในเนื้อเยื่อนั้นๆ เช่น สเต็มเซลล์ของเลือด สามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด

เสต็มเซลล์ Recell ถือเป็นเซลล์ที่โตเต็มวัยแล้วจะพัฒนาไปเป็นเซลล์รากผมเท่านั้นไม่เปลี่ยนเป็นเซลล์อื่นในร่างกายจึ่งมั่นใจได้ว่าปลอดภัย

ข้อดีของการฉีดสเต็มเซลล์ผม Recell

  • ไม่เจ็บขณะทำ และเป็นหัตถการที่ทำเพียงครั้งเดียวผู้เข้ารับบริการไม่ต้องพบแพทย์หลายๆครั้ง
  • ใช้เสต็มเซลล์ของตนเองในการรักษาผมบางผมร่วง ไม่ผสมยาหรือสารเคมีอื่นๆมั่นใจได้ในความปลอดภัย
  • ไม่ต้องพักฟื้น ผู้เข้ารับบริการสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังจากเข้ารับบริการ
  • เห็นผลไวในระยะเวลา 3 เดือน และ ได้ผลลัพธ์ค่อนข้างดี อยู่ได้นาน 1-2 ปี
  • สามารถทำร่วมกับการรักษาผมบางผมร่วงแบบอื่นๆได้ เช่น การรับประทานยา การฉีด PRP การผ่าตัดปลูกผม FUE DHI Micrographt

ขั้นตอนการฉีดเสต็มเซลล์ Recell

ที่คอสโมคลินิกการฉีดสเต็มเซลล์ตนเอง Recell ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการเทรนด์มาแล้วเท่านั้น ขั้นตอนการทำมีดังต่อไปนี้

  1. คัดเลือกผมช่วงบริเวณท้ายทอยศีรษะเพื่อเก็บรากผม อาจจะต้องมีการตัดผมบางส่วนเพื่อง่ายต่อการเก็บรากผม
  2. แพทย์จะทำการฉีดยาชา ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะเจาะรากผม
  3. เมื่อยาชาออกฤทธิ์จะมีวิธีการเก็บรากผมดังต่อไปนี้ เจาะรากผมด้วยเครื่องเจาะผมแบบการผ่าตัดปลูกผม FUE หรือ ตัดรากผมด้านหลังศีรษะออกมาโดยใช้อุปกรณ์ punch biopsy ได้ขนาดชิ้นเนื้อประมาณ 2.5 มิลลิเมตร 5 ชิ้น
  4. นำรากผมท่ีได้ผสมน้ำเกลือ Normal saline หรือ PRP ใสส่ลงในเครื่องปั่นเซลล์ เพื่อปั่นให้ได้สเต็มเซลล์ออกมา
  5. เมื่อได้เซลล์หลังจากการปั่นเรียบร้อยแล้ว แพทย์ทำการฉีดลงในหนังศีรษะส่วนที่มีปัญหาผมบางทั่วๆบริเวณที่มีปัญหา

การฉีดสเต็มเซลล์ Recell ร่วมกับการรักษาวิธีอื่น

เนื่องจากการฉีดสเต็มเซลล์ Recell ค่อนข้างปลอดภัย และใช้ระยะเวลาในการทำไม่นาน สามารถทำคู่กับการรักษาผมบางผมร่วง แบบอื่นๆได้ เช่น การทานยา การใช้สเปรย์ การฉีด PRP การฉายแสงกระตุ้นรากผม รวมถึงการผ่าตัดปลูกผม 

ระยะเวลาในการทำ

ระยะเวลาในการฉีดสเต็มเซลล์ Recell ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บเซลล์รากผมถึงขั้นตอนการฉีดรวมใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 40 – 60 นาที 

การฉีดสเต็มเซลล์ Recell เหมาะกับใคร

จากงานวิจัยมหาวิยาลัย  Johns Hopkins Medicine บอกว่า สาเหตุจากการอาการผมบาง ผมร่วง มักเกิดจาก อายุ, ฮอร์โมน, พันธุกรรม, อาการบาดเจ็บ, การขาดธาตุเหล็ก หรือ การขาดโปรตีน เป็นต้น ซึ่งการฉีดสเต็มเซลล์รากผม Recell เหมาะสมสำหรับการรักษาผู้ที่ผมบางผมร่วงจากบางสาเหตุเท่านั้น คือ ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน Androgenic alopecia ทั้งใน Male pattern hair loss และ Female pattern hairloss

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

เนื่องจากการฉีดสเต็มเซลล์ Recell เป็นการใช้เซลล์รากผมของตนเองปั่น และไม่มีการผสมยาหรือ สารเคมี จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยในการรักษา ทั้งนี้ ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ได้แก่

  • เลือดออกบริเวณที่ทำการเจาะเก็บรากผม โดยปกติแพทย์จะทำการปิดแผลหยุดเลือดให้ ถ้าผู้เข้ารับการรักษาสังเกตุว่ามีเลือดไหลออกมากผิดปกติ ให้กลับมาพบแพทย์
  • อาการเจ็บหรือชาบริเวณที่ฉีดสเต็มเซลล์ มักมีอาการเจ็บน้อยมากซึ่งอาการมักจะหายเองได้ใน 1-3 วัน

การดูแลตัวเองหลังฉีดสเต็มเซลล์ Recell

  • งดสระผม 24 ชั่วโมงหลังฉีดสเต็มเซลล์
  • ห้ามว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ หรือ ทะเล 1 สัปดาห์
  • เนื่องจากการฉีดสเต็มเซลล์เป็นหัตถการที่ไม่อันตราย ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น จึงสามารถใช้ชีวิตประจำวันในด้านอื่นๆได้ตามปกติ

คำถามที่พบบ่อย

การฉีดสเต็มเซลล์ Recell เจ็บไหม

ตลอดขั้นตอนในการรักษาจะมีการฉีดยาชา ประคบเย็น และมีเครื่องสั่น vibrator เพื่อช่วยลดความเจ็บปวด จึงสมารถบอกได้เลยว่าเป็นหัตถการที่ไม่เจ็บ ไม่ใช่การผ่าตัด และใช้ระยะเวลาไม่นานในการทำ

การฉีดสเต็มเซลล์ Recell ต้องทำกี่ครั้ง

การฉีดสเต็มเซลล์ Recell ใช้จำนวนการรักษาเพียง 1 ครั้ง เริ่มเห็นผลภายใน 1-3 เดือน หลังการรักษา

การฉีดสเต็มเซลล์ Recell อยู่ได้นานไหม

จากงานวิจัยพบว่าการฉีดสเต็มเซลล์ Recell 1 ครั้ง มีผลการรักษาผมบางผมร่วงได้ถึง 1-2 ปี

การฉีดสเต็มเซลล์ Recell ต่างจากการทำ PRP อย่างไร

เนื่องจากการฉีด PRP เพื่อกระตุ้นรากผมเป็นการฉีดเกล็ดเลือดเพื่อกระตุ้น Growth factor จำเป็นต้องทำต่อเนื่องทุก 1-3 เดือน ตามรอบวงจรชีวิตของเส้นผมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แตกต่างจากการฉีดสเต็มเซลล์ Recell เป็นเซลล์รากผมของตนเอง สามารถกระตุ้น Growth factor และ มีความสามารถเป็น Progenitor cell กระตุ้น follicle ของรากผมได้โดยตรง และใช้จำนวนครั้งในการทำน้อยกว่าได้ผลลัพธ์ที่นานกว่า

สรุป

การฉีดสเต็มเซลล์ Recell เป็นวิธีการรักษาผมร่วง ผมบางในผู้ที่สาเหตุมากจากฮอร์โมนเพศชาย หรือ Androgenic alopecia ระยะแรกที่ได้ผลค่อนข้างดี มีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากไม่ผสมยา หรือ สารเคมี ไม่เจ็บ ไม่ทำให้เกิดรอยแผล เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการการผ่าตัดปลูกผม หรือ คนที่ต้องการรักษาผมบางผมร่วงในจุดที่ไม่สามารถใช้การปลูกผมช่วยได้ หรือ คนที่ต้องการหาวิธีการรักษาผมบางผมร่วงแบบใหม่ๆเพื่อใช้ร่วมกับการรักษาแบบเดิม เช่น การทานยา การใช้สเปรย์ การฉายแสง หรือการฉีด PRP

เนื่องจากการักษาผมบาง ผมร่วงมีหลากหลายวิธี ทางคอสโมคลินิกแนะนำให้ทำการปรึกษาคุณหมอเพื่อช่วยในการตัดสินใจเริ่มการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และ ประหยัดเวลาในการรักษามากที่สุด

เขียนบทความโดย

นายแพทย์ ปฐมภพ คุณกิตติ (หมอดิว)

Pathompob Khunkitti, MD.

อ่านบทความเพิ่มเติม