fbpx

แผลด้านหลังจากการปลูกผม อาจแหว่งมากจาก Overharvesting

สารบัญ

ในปัจจุบัน การปลูกผมแบบ FUE กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก และจำนวนการปลูกผมแบบ FUE กำลังมีสัดส่วนมากกว่าการปลูกผมแบบ FUT มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยที่สำคัญของการผ่าตัด คือ “แผลเป็น”

แผลเป็นจากการปลูกผมแบบ FUE

โดยการปลูกผมแบบ FUE จะเป็นการเจาะเพื่อนำกราฟออกมาทีละกอ จึงทำให้เราแทบมองไม่เห็นแผลรูเจาะหากมีการไว้ผมที่ยาวพอ และหากทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะทำให้เราแทบไม่เห็นความต่างของเส้นผมบริเวณด้านหลังหลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้นผ่านไป 1-2 สัปดาห์ และเมื่อผ่านไป 1-2 เดือน ก็จะแทบไม่เห็นความบางลงหรือความแตกต่างเลยถึงแม้จะตัดผมสั้นก็ตาม

แผลเป็นจากการปลูกผมแบบ FUT

ในขณะที่การปลูกผมแบบ FUT ที่จะเป็นการผ่านำหนังศีรษะบางส่วนออกเพื่อแยกกราฟมาใช้ ทำให้เมื่อมีการตัดผมสั้น ก็จะเห็นแผลเป็นเป็นเส้นบริเวณท้ายทอย คนไข้จึงจำเป็นต้องไว้ผมยาวในระดับหนึ่ง เพื่อปิดแผลเป็นด้านหลัง ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการไว้ผมสั้น

Overharvesting

อย่างไรก็ตาม การปลูกผมแบบ FUE หากทำโดยแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญก็อาจทำให้เกิดการแหว่ง หรือเห็นเป็นแผลเป็นได้เช่นกัน เช่นในกรณีการเจาะกราฟผมออกมาติดๆ กัน และเจาะถี่เกินไป ทำให้เกิดแผลเป็นวงใหญ่และกว้าง เมื่อผมยาวลงมาก็จะดูเหมือนเส้นผมหายไปเป็นหย่อม เห็นเป็นหนังศีรษะได้ชัดถึงแม้จะไว้ผมยาว โดยจะมีชื่อเรียกภาวะนี้ว่า Overharvesting

หรือในกรณีที่มีการเจาะจำนวนเส้นผมมากเกินไป เช่น เกิน 20% ของบริเวณพื้นที่ที่มีการเจาะออกมา ก็จะทำให้มีความเสี่ยงในการเห็นความบางของเส้นผมได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจนเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อไว้ผมสั้น หรือเมื่อตัดผมทรงรองทรงแล้วมีการไล่ระดับความสั้นยาวขึ้นมา

สรุป

หากเกิดภาวะ overharvesting เกิดขึ้น สิ่งที่ช่วยแก้ไขความบางหรือความแหว่งของเส้นผมได้คือการสักบริเวณหนังศีรษะ หรือ Scalp Micropigmentation (SMP) ก็จะทำให้ดูมีความบางหรือความแหว่งที่น้อยลงไปได้ในระดับหนึ่งครับ