Hair transplant

ศัลยกรรมปลูกผมถาวร

ปลูกผมถาวร

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นอกจากรูปร่างหน้าตา และ บุคลิกภาพที่ดีแล้ว ทรงผมยังเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการแสดงความเป็นตัวตน เป็นการสร้างแบรนด์ของคนๆนั้น ทรงผมสามารถทำให้เกิดความประทับใจเริ่มต้นได้

ปัญหาผมบางผมน้อยเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปทั้งผู้ชายและผู้หญิง สามารถพบได้ตั้งแต่วัยรุ่น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ทำให้ไม่มั่นใจ รวมถึงเสียบุคลิกภาพ อ่านเรื่องปัญหาผมบางผมร่วงการรักษาอาการดังกล่าวมีหลายวิธี ได้แก่การรักษาด้วยเกล็ดเลือด PRP, การฉายแสง (low level light therapy) , การทานยา, การใช้สเปรย์ และ การปลูกผม 

ปลูกผมถาวร
l การรักษาผมบางมีวิธีใดบ้าง
minoxidil
ฉายแสงผม
ฉีดเกล็ดเลือด PRP

สารบัญเรื่องปลูกผม

Screen Shot 1
s22

ตามนิยามของสมาคมปลูกผมนานาชาติ ISHRS นั้นมี 2 วิธี ได้แก่

1. การปลูกผมแบบ FUT(Follicular Unit Transplantation)

คือผ่าตัดนำเอาชิ้นหนังศีรษะด้านหลังซึ่งมีรากผมที่แข็งแรง ข้อดีคือจะได้รากผมที่มีสุขภาพดีและไม่สูญเสียความหนาแน่นบริเวณ Donor area ใช้ระยะเวลาในการทำสั้นกว่าแบบ FUE ข้อเสียคือแผลเป็นที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะเป็นเส้นบางๆ คล้ายเส้นด้าย ความยาวขึ้นกับขนาดขของชิ้นเนื้อ การศัลยกรรมลักษณะนี้ยังเป็นการผ่าตัดที่ได้มาตรฐานสากลและยังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน 

อ่านเรื่องประวัติการปลูกผม คลิก!!
FUT

2. การปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction)

คือเทคนิคการปลูกผมที่ต้องไม่ต้องทำการผ่าตัดนำชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ออกมา การผ่าตัดจะเป็นการย้ายรากผมจากบริเวณด้านหลังมาปลูกในบริเวณที่มีปัญหาโดยใช้เครื่องมือลักษณะคล้ายเข็มปลายตัดขนาดเล็กเจาะเก็บรากผม ข้อดีของการปลูกผมชนิดนี้คือจะไม่เกิดปัญหาเรื่องแผลเป็น เนื่องจากแผลเป็นมีลักษณะคล้ายจุดเข็มเล็กๆ เท่านั้น แต่ข้อเสียคือ หากมีการนำรากผมออกมาปริมาณมากจะทำให้เกิดการสูญเสียความหนาแน่นริเวณ Donor area ได้ การศัลยกรรมลักษณะนี้ยังการผ่าตัดมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับในด้านความสวยงาม และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

การปลูกผมแบบเทคนิค DHI (Direct Hair Implantation) คืออะไร

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนเลยว่าการปลูกผมด้วยเทคนิค DHI ไม่ใช่การปลูกผมประเภทใหม่ แต่เป็นเทคนิคเดียวกับการปลูกแบบ FUE ทั้งนี้ การปลูกแบบ DHI จะมีความพิเศษขึ้นมาตรงที่มีการใช้อุปกรณ์ในการช่วยปลูกผม (implanter pen) แทนการใช้คีม (forceps) หนีบรากผมแบบปกติ ซึ่งสามารถช่วยในขั้นตอนการปักผมได้รวดเร็วและละเอียดมากขึ้น 

ขั้นตอนการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE หรือการใช้อุปกรณ์ DHI

ขั้นตอนที่ 1 หลังจากทำการตรวจร่างกายและเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการออกแบบแนวไรผม โดยคำนึงถึงโครงสร้างใบหน้า เพศ อายุ และความสมดุลเป็นหลัก

หลังจากนั้นทำการประเมินจำนวนรากผม (กราฟต์) ที่ต้องใช้ บริเวณช่วงท้ายทอยที่จะนำรากผมออกมาจะได้รับการโกนเพื่อง่ายต่อการเจาะย้ายเซลล์รากผม

ศีรษะล้าน

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากเข้าห้องผ่าตัด ในช่วงแรกแพทย์จะทำการฉีดยาชาในส่วนบริเวณที่จะทำการนำรากผมออกมา

โดยจะใช้เครื่องมือชนิดเจาะรากผมพิเศษที่มีความกว้างเพียง 0.6 ถึง 1 mm ทำให้เกิดแผลที่เล็กมากขนาดเทียบเท่ารูเข็มและไม่ทำให้เกิดแผลเป็น

ปลูกผมFUE

ขั้นตอนที่ 3 หลังจากที่ได้เจาะย้ายรากผม ออกมาแล้ว แพทย์นำกราฟผมที่ได้มาส่งกล้องจุลทรรศน์ เพื่อทำการคัดแยกรากผมสุขภาพดี ในบางรายจะทำการตัดแต่งรากผมด้วยเทคนิค micrografting เพื่อให้ได้รากผมที่เรียงตัวสวยงามมากที่สุด

ขั้นตอนที่ 4 ทีมแพทย์จะทำการเจาะรูในส่วนบริเวณที่ต้องการใส่รากผม  และ นำรากผมที่ได้รับการตัดแต่งแล้วใส่ลงไปในรูเจาะ โดยเรียงรากผมให้เสมอและได้ทรงธรรมชาติเหมือนกับไรผมในส่วนปกติของคนไข้ให้มากที่สุด

โดยขั้นตอนนี้หากลูกค้ารับบริการปลูกผมโดยใช้เครื่องมือชนิด DHI จะเป็นอุปกรณ์ชนิดพิเศษที่ช่วยในการปักผม ทำให้การปักเรียงทำได้รวดเร็วมากกว่าเทคนิค FUE ทั้งนี้ผลลัพธ์ทั้งสองเทคนิคขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์และทีมปลูกผมด้วย

ปักกราฟผม
callbuttoncosmo
addline

ข้อปฏิบัติตัวก่อนการปลูกผม

  1. งดใช้ยาในกลุ่มยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น aspirin อย่างน้อย 7 วัน ทั้งนี้ควรทำการปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  2. งดยาในกลุ่มโรคความดันโลหิตสูง เช่น Beta blocker  ทั้งนี้ควรทำการปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  3. งดการใช้วิตามินอาหารเสริมก่อนการผ่าตัด 7 วัน
  4. งดดื่มแอกอฮอล์ ชา กาแฟ 3-5 วัน
  5. งดรับประทานอาหารหมักดอง 3-5 วัน
  6. งดออกกำลังกายหักโหม
  7. สวมเสื้อเชิตกระดุมหน้าในวันที่ทำการผ่าตัด
  8. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
ข้อปฎิบัติตัวก่อนปลูกผม

ระยะเวลาในการพักฟื้น

เทคนิคการปลูกแบบเจาะย้ายราก FUE และ DHI จะใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อยกว่าการปลูกผมสมัยก่อนแพทย์จะแนะนำให้ทำการพักฟื้นหลังทำการผ่าตัดประมาณ 1-3 วัน

ความรู้สึกหลังการปลูกผม

1. ระยะเวลา 2-3 วันแรกจะมีอาการบวมจากการผ่าตัด ในบางรายมีอาการบวมบริเวณศีรษะลงมาถึงใบหน้า แนะนำให้นอนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวม 

2. เมื่อแผลแห้งจะตกสะเก็ดและอาจจะมีอาการคันได้ สะเก็ดแผลจะค่อยๆ หลุดไปเอง เมื่อผมยาวขึ้นจะดันสะเก็ดแผลให้ยาวออกมา เมื่อครบนัด 1 เดือนแพทย์จะมีการนัดติดตามอาการและทำการตัดสะเก็ดที่เหลือ ผู้ปลูกสามารถใช้น้ำมันมะกอกชะโลมหนังศีรษะแล้วล้างออกเพื่อให้ตัวสะเก็ดแลนุ่มลงและหลุดง่ายขึ้นได้ อ่านเรื่องสะเก็ดแผล

3. หลังการปลูก 2-3 เดือนผมจะร่วงจากภาวะ shock loss จะพบได้เป็นปกติ 

อ่านเรื่อง 10 ข้อปฏิบัติตัวหลังการปลูกผม คลิก!!
หลังปลูกผม

ปลูกผมแบบ DHI ดีกว่า FUE จริงหรือไม่?

อย่างที่ทราบกันแล้วว่าการปลูกผมแบบ DHI คือการใช้อุปกรณ์พิเศษในการช่วยปลูกผมเท่านั้นซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อการตลาดโดยความเป็นจริงการปลูกผมต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ในการปลูกเป็นหลักการปลูกผมแบบ FUT หรือ FUE ธรรมดาสามารถทำให้ได้รากผมที่แน่นและแข็งแรงได้เหมือนกัน

อ่านเรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับปลูกผม

ปลูกผม DHI แพงกว่า FUE หรือไม่

แน่นอนการใช้อุปกรณ์พิเศษ (implanter pen) ช่วยในการปลูกผมต้องมีราคาแพงกว่าการใช้คีมปลูกผมปกติ (forceps) ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการรักษาไม่ได้แตกต่างกันหากแพทย์มีความเชี่ยวชาญในการปลูกผม

กราฟผมคืออะไร

ปกติรากผม หรือ กราฟผม 1 กอจะมีเส้นผมอยู้ตั้งแต่ 1-4 เส้น ซึ่งการปลูกให้สวยงามนั้นมักจะทำการแบ่งกราฟผม (เทคนิค micrografting) ให้เหลือ 1-2 เส้น เพื่อความสวยงามในการปลูก

ที่มาของจำนวนกราฟที่ใช้ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องการจะทำการปลูกผม โดยในพื้นที่ 1 ตารางเซนติเมตร จะสามารถทำการปลูกผมได้ประมาณ 50 กราฟต์ ซึ่งเป็นจำนวนที่พอที่จะสร้างความหนาแน่นให้เส้นผมดูธรรมชาติ และยังมีความเหมาะสมในการปลูกอีกด้วย

อ่านเรื่อง กราฟผมเพิ่มเติม

ปลูกผมที่ไหนดี

ปัจจุบันมีคลินิก และ โรงพยาบาลที่ให้คำปรึกษาและการรักษาอาการผมร่วงผมบางมากขึ้น คอสโมคลินิกขอแนะนำให้ท่านทำการศึกษาข้อดี ข้อเสีย ความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ เนื่องจากการทำศัลยกรรมทุกชนิดมีความเสี่ยง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรการปรึกษาคุณหมอก่อนตัดสินใจทำการตกลงผ่าตัด

Cosmo Clinic

เนื่องจากทีมแพทย์ให้ความสำคัญถึงปัญหาเฉพาะบุคคล แบบ personalize care การออกแบบทรงผม การดูแลรักษา และค่าใช้จ่ายคุ้มค่าคุ้มราคา ได้มาตรฐานการรักษาเทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำ

callbuttoncosmoaddline

ปลูกผมราคาเท่าไร

การปลูกผมราคาแตกต่างกันตามแต่สถานที่ การประเมินกราฟหรือรากผม และ งบประมาณทางการตลาดของแต่ละคลินิกหรือ โรงพยาบาล โดยเฉลี่ยเทคนิค FUE ราคา 40,000-200,000 บาท

ปลูกผม

ผลข้างเคียงที่พบได้

1. ภาวะเลือดออก

พบได้ในช่วง 1-3 วันแรกหลังการผ่าตัด โดยจะมีเลือดซึมๆออกมาทั้งบริเวณที่เจาะราก และ บริเวณที่ปลูก

2. ภาวะติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัด

สามารถพบได้น้อยมาก เนื่องจากการผ่าตัดทีมแพทย์จะใช้เทคนิคปลอดเชื้อทั้งหมด sterile technique ตลอดขั้นตอนกระบวนการผ่าตัด ทั้งนี้หากผู้ป่วยมีการอักเสบหรือติดเชื้อ แพทย์จะทำการให้ยาฆ่าเชื้อเพื่อรับทานต่อเนื่อง

3. จะมีรอยแผลเป็นหรือไม่

การปลูกผมแบบเจาะย้ายรากจะใช้เครื่องมือขนาดเล็กพิเศษในการเจาะ โดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์จะเจาะแบบหนึ่งรากเว้นหนึ่งรากผม ทำให้มองไม่เห็นรอยแผลเป็น

4. อาการชา และ เสียวหลังการผ่าตัด

เนื่องจากขั้นตอนการผ่าตัดมีการฉีดยาชาทั่วบริเวณ รวมถึงมีการเจาะย้ายราก จึงสามารถทำให้เส้นประสาทบริเวณนั้นได้รับความเสียหายชั่วคราว โดยปกติอาการชาจะกลับมาเป็นปกติได้เอง ในช่วง 2-4 เดือนหลังการผ่าตัด

5. การอักเสบ ตุ่มน้ำใส หรือสิวขึ้นบริเวณที่ทำการปลูกผม

สามารถพบได้ในผู้ป่วยบางราย หากมีสิวขึ้นแนะนำให้แจ้งแพทย์ผู้รักษา โดยปกติถ้าสิวขึ้นในช่วงแรกหลังการผ่าตัดแพทย์อาจจะให้รับทานยาฆ่าเชื้อต่อเนื่อง แต่หากเป็นในช่วงหลังแพทย์จะแนะนำให้เจาะหัวสิวออก เนื่องจากอาจจะเกิดจากภาวะขนคุดจากที่ผมเส้นใหม่กำลังยาว ทั้งนี้การรักษาจะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละท่าน ควรรักษาความสะอาดบริเวณที่ปลูกผมเป็นอย่างดี

6. ภาวะผมร่วง/ผลัดเซลหลังการปลูก

ภาวะผมร่วงหรือ shock loss หลังการผ่าตัด พบได้ตามปกติในช่วง 2-3 เดือน หลังการผ่าตัด ซึ่งผมจะขึ้นปกติเป็นธรรมชาติในช่วงเดือนที่ 4-6 หลังการผ่าตัด จากการศึกษาพบว่าการใช้ยา minoxidil สามารถช่วยลดการเกิด shock loss ได้

ภาวถแทรกซ้อนปลูกผม

คำถามอื่นๆ

ผมที่ปลูกจะร่วงอีกหรือไม่

โดยปกติอาการผมร่วงที่พบได้บ่อยมักเกิดจาก ฮอร์โมนเพศชาย androgen ซึ่งพบได้มากในผมส่วนบริเวณด้านหน้า และช่วงกลางศีรษะ การปลูกย้ายราก เป็นการนำรากผมจากบริเวณด้านหลังมาปลูกใหม่ ทำให้ไม่มีตัวรับฮอร์โมนแอนโดรเจน จึงทำให้ผมใหม่ที่ปลูกนั้นไม่ร่วงจากภาวะฮอร์โมน สามารถอยู่ได้ตลอดไป 

หลังการปลูกผมต้องทำ PRP หรือไม่

โดยปกติผมสามารถขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ แต่เพื่อให้ผมที่ปลูกใหม่ขึ้นอย่างแข็งแรง การทำPRP เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการกระตุ้นเส้นผม อ่านเรื่อง PRP

ก่อนปลูกผมต้องตรวจเลือดหรือไม่

ก่อนทำการปลูกผม แพทย์จะทำการเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อในร่างกายหรือไม่ โดยจะตรวจ screening ในกลุ่ม โรค HIV (Anti-HIV) โรคไวรัสตับอักเสบ ชนิด B และ C (HBsAg, AntiHCV) และโรคซิฟิลิส (VDRL) เพื่อใช้อุปกรณ์ชนิดพิเศษในการปลูกผม

เป็นโรคติดเชื้อ HIV สามารถปลูกผมได้หรือไม่

ภาวะผมร่วงสามารถพบได้ปกติในผู้ป่วนโรค HIV ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์สามารถให้การรักษาได้อย่างดี ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเทียบเท่าคนปกติ แต่เนื่องจากตัวโรคทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้ป่วยบกพร่อง หลังการผ่าตัดจึงมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่าคนปกติ รวมถึงอาการอักเสบนานกว่าคนปกติส่งผลให้การปลูกผมมีโอกาสที่จะไม่สำเร็จค่อนข้างสูง ทั้งนี้หากท่านมีความต้องการที่จะปลูกผม และ สามารถยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ แนะนำท่านปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเตรียมอุปกรณ์ชนิดพิเศษก่อนทำการปลูกผม

ก่อนการปลูกผมต้องหยุดใช้ยา finasteride และ minoxidil หรือไม่

ควรหยุดยาก่อนการผ่าตัด 7 วันและสามารถใช้ minoxidil หลังการผ่าตัด 14 วันในบริเวณที่ไม่ได้รับการผ่าตัด

สามารถใช้ผมคนอื่นมาปลูกได้หรือไม่

การปลูกผมเหมือนกับการปลูกภ่ายอวัยวะ (organ transplant) การใช้ผมผู้อื่นมาปลูกอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เช่น การติดเชื้อ การไม่รับกราฟ donor rejection

รูปรีวิว

บทความน่ารู้